ลดความมันบนใบหน้า

ส่วนผสมที่ช่วยลดความมันของผิว หรือลดหน้ามัน ด้วยกระบวนการต่างๆ เพื่อให้การผลิตน้ำมันจาก Sebum มีปริมาณลดลง ส่งผลให้โอกาสมีสิวอุดตันน้อยลง

Safe-B3™ (Vitamin B3, Niacinamide)

Niacinamide หรือวิตามินบี3 ชนิด Safe-B3™ มีความบริสุทธิ์สูงพิเศษ ที่สามารถใช้ในอัตรา 10% ได้ โดยไม่มีอาการ Flushing (แพ้/แดง) เมื่อเทียบกับชนิดธรรมดา ที่อัตราการใช้สูงเกิน 5% จะมีอาการ Flushing หรือแดงบนผิว

Vitamin B3 เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อผิว โดยเฉพาะการลดริ้วรอย ลดรอยแดง/ดำ(hyperpigment) เพิ่มความชุ่มชื้น ด้วยการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน และเซราไมด์ (ceramide) และยังทำให้ผิวแข็งแรง ต่อสู้กับการระคายเคือง (irritants) ต่างๆได้ดีขึ้น รวมถึงสามารถลดความมันบนใบหน้า (sebum excretion) เหมาะกับผิวที่เป็นสิว

วิตามินบี3 มีฤทธิ์เพิ่มการไหลเวียนของเส้นเลือด จึงสามารถใช้แก้ไขปัญหารอยคล้ำรอบดวงตา เนื่องจากรอยคล้ำรอบดวงตา เกิดจากการคลั่งหรือการไหลเวียนได้น้อยของเลือดในบริเวณนั้น ทำให้เกิดสีคล้ำขึ้นมา

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอย whitening ให้ผิวกระจ่าง และช่วยต่อต้านสิว อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม

Licorice Extract (Licochalcone A 1%)

สารสกัด Licochalcone A จากชะเอมเทศ (Licorice Extract) มีคุณสมบัติ ลดการอักเสบของผิว ลดรอยแดงจากสิว ลดการระคายเคือง ลดความมันของผิว ควบคุมความมันบนใบหน้า ลดการเกิดสิว นอกจากนี้ ความสามารถในการควบคุมความมันผิวของสาร Licochalcone A ยังสามารถนำไปใช้สำหรับลดการผมร่วงที่เกิดจากหนังศรีษะมันเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของผมร่วง
ด้วยประสิทธิภาพในการลดการระคายเคืองสูงของ Licochalcone A ทำให้สามารถใช้ในสูตรครีมเพื่อลดอาการผื่นแพ้ (Eczema) ของผิวได้ ด้วยการใช้ในความเข้มข้น 3%

ผลการวิจัย:
-ลดการระคายเคือง ลดการแพ้ ลดการอักเสบ: Anti-inflammatory efficacy of Licochalcone A
-ลดความมันของผิว ลดความมันบนใบหน้า ลดความมันหนังศรีษะ(สามารถช่วยลดเส้นผมหลุดร่วงซึ่งมีต้นเหตุมาจากหนังศรีษะที่มันมากเกินไป)

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์รักษาสิว หรือผลิตภัณฑ์แก้แพ้ แก้ผิวอักเสบ แก้ระคายเคือง อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม

Pure MSM™ (Methylsulfonylmethane)

Pure MSM™ (เมทิลซัลโฟนิลมีเทน หรือ DSMO2, methylsulfone, methylsulfonylmethane, dimethyl sulfone) ความบริสุทธิ์สูง >99.9%
คุณสมบัติ: ควบคุมความมัน ลดการผลิตน้ำมันของต่อมไขมัน ผลัดเซลล์ผิว(หากใช้ในความเข้มข้นมากกว่า 3%) สามารถใช้ในผลิตภัณฑ์สิว หรือแชมพูรังแค
ซัลเฟอร์ยังสามารถช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจน MSM จึงเป็นที่นิยมในการผสมในครีมบำรุงผิวหลากชนิด ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นดี
*ไม่เหมาะกับการใช้ร่วมกับ Vitamin C ในสูตรเดียวกัน เนื่องจากอาจทำให้ Vitamin C เกิดการ oxidation ได้เร็วขึ้น ทำให้เสื่อมคุณภาพเร็วกว่ากำหนด*
การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ทุกชนิด

Zinc PCA

Zinc PCA (ซิงค์ พีซีเอ) ช่วยลดความมันบนผิว เร่งการสมานแผล(เช่นแผลจากสิว) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ขจัดรังแค ดับกลิ่นกาย และด้วยกลไกการลดการสร้าง DHT  (dihydrotestosterone) ของผิว ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวมัน และหนังศรีษะมัน และส่งผลให้ผมหลุดร่วง Zinc PCA จึงมีประสิทธิภาพในการลดผมหลุดร่วง

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ใช้ Zinc PCA เป็นส่วนผสมสำคัญ
-เจลหรือเซรั่มควบคุมความมันผิว ลดการอักเสบของสิว
-ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใดๆ ที่ต้องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
-แชมพูหรือครีมนวดผม หรือ tonic ขจัดรังแค หรือหนังศรีษะลอก และลดผมหลุดร่วงซึ่งเกิดจากหนังศรีษะมัน(เท่านั้น)
-ผลิตภัณฑ์ป้องกันกลิ่นกาย (deordorant)

Zinc PCA มีประสิทธิภาพสูงกว่า Zinc ชนิดอื่นๆ เช่น Zinc Sulfate, Zinc Gluconate สำหรับการลดความมันผิว ลดการเกิดสิว ช่วยให้ผิวสมานแผลเร็วขึ้น ลดการอักเสบของสิว

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ลดสิว (anti-acne) ผลิตภัณฑ์กำจัดรังแค (anti-dandruff) และผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นกาย

L-Carnitine (Carnitine)

แอลคาร์นิทีน ความบริสุทธิ์พิเศษ > 99% เป็นกรดอะมิโนที่เกิดตามธรรมชาติ และมีความสำคัญอย่างยิ่งกับไขมันในร่างกาย โดย L-Carnitine ให้ความชุ่มชื้นต่อผิวอย่างสมดุลย์ เมื่อผสมอยู่ในโลชั่น หรือครีม นอกจากนี้ ยังช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว โดยที่ไม่มีความเป็นกรด ทำให้อ่อนโยนต่อผิวมากกว่า และยังมีประสิทธิภาพในการลดความมันบนใบหน้า ด้วยการควบคุมการสร้างน้ำมันของรูขุมขน (reduce sebum production)

หากเปรียบเทียบกับกรด AHA/BHA ที่ใช้ผลัดเซลล์ผิวอย่างอื่น กรด AHA/BHA ทั่วไป เช่น glycolic, lactic, salicylic จะมีความเป็นกรดสูง และเหมาะสำหรับทำงานที่ pH ประมาณ 3-4 ซึ่งมักจะก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว ในขณะที่ L-Carnitine สามารถเร่งการผลัดเซลล์ผิวได้ที่ pH 6-7 จึงอ่อนโยนต่อผิวมากกว่า โดยในการปรุงเครื่องสำอางค์เพื่อเร่งการผลัดเซลล์ผิว สามารถใช้ L-Carnitine ร่วมกับ กรด AHA/BHA อื่นๆ หรือใช้ Acetyl L-Carnitine อย่างเดียวก็ได้

นอกจากให้ความชุ่มชื้นผิวเป็นอย่างดี และสามารถเร่งการผลัดเซลล์ผิวได้ L-Carnitine ยังช่วยรักษารอยแผลเป็น และรักษารอยไหม้ที่เกิดจากแสงแดด อีกทั้งยังสามารถช่วยลดเซลลูไลท์ (cellulite) เหมาะสำหรับผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแทบทุกประเภท

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้น ลดริ้วรอย  อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม

Rice Vitamin

Vitamin B8 (Inositol) ให้ความชุ่มชื้นผิวอย่างต่อเนื่อง สามารถปรับความชุ่มชื้นผิวให้สมดุล เหมาะสำหรับทั้งผิวผสม เพื่อปรับความมันให้สมดุลขึ้น และเหมาะสำหรับผิวแห้ง เพื่อให้ความชุ่มชื้นผิว
จากการทดลอง พบว่า การใช้ Rice Vitamin ติดต่อกัน 6สัปดาห์ วันละ 2ครั้ง ในความเข้มข้นต่างๆ สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชนิด

Vitamin B6 (Pyridoxine Hydrochloride)

วิตามิน บี 6 มีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวในหลายๆด้าน โดยมีจุดเด่นด้านการควบคุมความมัน และกระชับรูขุมขน

การกระชับรูขุมขน เกิดจากกลไก ที่ลดความมันผิว จึงให้ผลลัพธ์ได้ เฉพาะในผิวที่มีความมันสูงเท่านั้น หากเป็นผิวธรรมดา หรือผิวแห้ง Vitamin B6 จะไม่ให้ผลใดๆ ในการกระชับรูขุมขน*

โดยสรุปการทำงานหลักของวิตามิน บี 6 ดังนี้
-ปรับสมดุลความมันของผิว ด้วยการลดความมันในบริเวณที่มันเกินไป และเพิ่มความชุ่มชื้นในบริเวณที่แห้ง
-กระชับรูขุมขน สำหรับรูขุมขนที่กว้างกว่าปกติ จากความมันส่วนเกิน
-ลดการอักเสบของผิว ด้วยการยับยั้ง Interleukin 6 และ Interleukin 8

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ใดๆ เพื่อลดความมันของผิว และกระชับรูขุมขน

BioSulphur™ EQ กำมะถัน ไบโอเทค

BioSulphur™ EQ ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อทดแทน กำมะถัน ไบโอเทค โดยมีคุณสมบัติ และประสิทธิภาพ เทียบเท่า แต่มีกลิ่นอ่อนกว่า เนื่องจากผ่านกระบวนการพิเศษเพื่อลดกลิ่น
BioSulphur™ EQ มีประสิทธิภาพในด้านต่างๆดังนี้:
-ลดความมัน ผิว และหนังศรีษะ กระชับรูขุมขนที่เกิดจากความมันของผิว
-ขจัดรังแค และอาการคันศรีษะ
-ลดรอยแดงจากสิว ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว
-มีกลิ่นที่รุนแรงน้อยกว่า กำมะถันชนิดทั่วไป (ผงกำมะถัน)

LipidSoft™ F (Ethyl Linoleate)

Ethyl Linoleate หรือ Vitamin F (Linoleic Acid) ในรูปหนึ่ง ให้ผิวสัมผัสที่ดี ทั้งยังช่วยปรับสมดุลของชุ่มชื้นผิว ลดความมันส่วนเกิน (excess sebum secretion) ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวชั้นนอก เหมาะสำหรับผิวที่แห้งกร้าน แตก ผิวอ่อนโยน รวมถึงผิวที่ขับความมันในระดับที่เกินความเหมาะสม นอกจากนี้ ยังนิยมใช้บำรุงเล็บ แก้ปัญหาเล็บเปราะ (brittle nail)

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ทุกรูปแบบ

Ichthammol

Ichthammol ชนิดความบริสุทธิ์สูง (99%) เกิดจาก Sulfonate Salt ของ Sulphuric Shale Oil ที่ถูกทำการ fraction ในสารละลายน้ำ
Ichthammol มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบ ได้เป็นอย่างดี


อัตราการใช้ในประโยชน์ด้านต่างๆ ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ
10-20%: ใช้ทาบริเวณที่ถูก แมลงสัตว์ กัดหรือต่อย ช่วยลดอาการคัน บวมแดง
5%: ใช้ทาผิว ลดอาการคัน ผื่นแดง ให้ความชุ่มชื้น ให้ผิวแข็งแรง
2-3%: ใช้ในผลิตภัณฑ์อาบน้ำ/ทำความสะอาดผิวกาย/ผิวหน้า ลดการเกิดสิว (ล้างออก/wash-off)
1%: ใช้ในแชมพู ลดอาการคันศรีษะ ลดความมันส่วนเกิน ขจัดรังแค
1%: ใช้ในครีมบำรุงผิว ลดความมันส่วนเกิน ลดการเกิดสิว (ทาทิ้งไว้/leave-on)

สูตรที่ใช้ Ichthammol ควรมีองค์ประกอบของ น้ำมันหรือ wax ซึ่งจะช่วยให้ ichthammol สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ง่ายขึ้น

 

Sugarcane Extract (Policosanol)

Sugarcane Extract สารสกัดจากอ้อย ชนิดพิเศษที่มีสาร active Polisocanol สูงถึง 98%
Policosanol มีฤทธิ์ต่างๆดังนี้ต่อผิว (อ้างอิง: Patent US 2007/0196507 A1):
1. ช่วยลด Sebum secretion หรือการทำงานของต่อมไขมัน 

2. ช่วยควบคุม/ฆ่า เชื้อ P. Acnes (Propionibacterium acnes)
การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ช่วยลดความมัน, ลดการเกิดสิว

Licorice Extract (Licochalcone A 20%)

สารสกัด Licochalcone A จากชะเอมเทศ (Licorice Extract) มีคุณสมบัติ ลดการอักเสบของผิว ลดรอยแดงจากสิว ลดการระคายเคือง ลดความมันของผิว ควบคุมความมันบนใบหน้า ลดการเกิดสิว นอกจากนี้ ความสามารถในการควบคุมความมันผิวของสาร Licochalcone A ยังสามารถนำไปใช้สำหรับลดการผมร่วงที่เกิดจากหนังศรีษะมันเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของผมร่วง

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์รักษาสิว หรือผลิตภัณฑ์แก้แพ้ แก้ผิวอักเสบ แก้ระคายเคือง อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม

Powered by MakeWebEasy.com