เรื่องที่คนทำแบรนด์แป้งต้องรู้ ! เจ้าของแบรนด์แป้ง รู้แล้วรวย

Last updated: 2021-06-25  |  74 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เรื่องที่คนทำแบรนด์แป้งต้องรู้ ! เจ้าของแบรนด์แป้ง รู้แล้วรวย


 เราจะเห็นว่า สาวๆทุกคนต้องใช้ แป้งทาหน้า ฉะนั้นก็เป็นอีกไอเท็มสำคัญ ที่น่าลงทุนทำแบรนด์ ซึ่งหากพิจารณา ตลาดแป้งนั้น

แป้งทาหน้าเป็นหนึ่งไอเทมจำเป็นในการแต่งหน้า ซึ่งมีอยู่หลายประเภท ได้แก่ แป้งฝุ่น แป้งอัดแข็ง แป้งผสมรองพื้น และแป้งเซ็ตเครื่องสำอาง ซึ่งแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมความมัน ปกปิดจุดด่างดำ รวมถึงช่วยเซ็ตเมคอัพให้ติดทนนาน และในบางรุ่นยังมีส่วนผสมของสารกันแดดที่ช่วยป้องกันรังสี UV  ซึ่งในปัจจุบันแบรนด์เครื่องสำอางหลาย ๆ แบรนด์ เช่น Maybelline, Eglips, Revlon, Cute Press ต่างก็พัฒนาแป้งทาหน้าหลายสูตรออกมาวางจำหน่าย ซึ่งถือเป็นการสร้างตัวเลือกให้กับผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ได้ตรงจุดมากขึ้น

หากเราทำแบรนด์ออกมาจำหน่ายในตลาด แน่นอนว่าตลาดนี้ใหญ่มากพอที่จะ share market หากเราได้ได้ส่วนหนึ่งแม้จะแค่ 1% แต่ก็สร้างรายได้หลักแสน หลักล้านแล้ว

ก่อนที่เราจะมาเลือกทำแบรนด์ เรามารู้จักประเภทของแป้งกันก่อน ว่า มีแบบไหนยังไงกันบ้างค้า

1. Loose Powder หรือแป้งฝุ่น 

จะมีลักษณะเป็นผง เนื้อเนียนละเอียด ใช้คู่กับพัฟหรือแปรงแต่งหน้า ให้ความรู้สึกบางเบา สามารถใช้ได้ทั้งลงแป้งเดี่ยว ๆ เพื่อลดความมันบนใบหน้า หรือใช้หลังลงรองพื้น เพื่อลดความเหนียวเหนอะหนะและดูดซับความมันส่วนเกิน ทำให้เครื่องสำอางติดทนยิ่งขึ้น

เหมาะกับ : คนผิวแพ้ง่าย เพราะเนื้อแป้งบางเบา ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน

ข้อเสีย : ด้วยความที่เป็นเนื้อแป้งแบบผง จึงอาจกะปริมาณในการใช้แต่ละครั้งยากสักหน่อย

โอกาสน่าทำแบรนด์ : เนื่องด้วยคู่แข่งการทำแป้งฝุ่นน้อย ทำให้การที่เราจะเข้าสู่ตลาดและเป็นแบรนด์ที่รู้จัก ก็ง่าย

2. Pressed Powder หรือแป้งอัดแข็ง

เป็นแป้งฝุ่นที่นำมาอัดแข็งใส่ในตลับแป้ง เพื่อให้ใช้งานและพกพาได้สะดวกขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ามีคุณสมบัติเหมือนกับแป้งฝุ่น แต่เนื้อจะหนักกว่าเล็กน้อย เนื้อแป้งมีความละเอียดบางเบา ช่วยลดความมันบนผิวหน้า  ใช้ได้ทั้งเติมเพื่อซับความมันระหว่างวัน หรือใช้หลังลงรองพื้น 

เหมาะกับ : ผิวธรรมดา สำหรับคนที่มีผิวมันควรซับมันก่อนลงแป้ง เพราะความมันอาจทำให้แป้งเกาะตัวกันเป็นคราบ 

ข้อเสีย : หากเป็นคนที่ผิวแห้ง อาจทำให้หน้าเป็นขุย หรือแป้งไม่ติดใบหน้าได้ เนื้อแป้งต้องละเอียดมากพอ หรือต้องเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวให้มากพอ แป้งจึงจะติดผิวหน้าได้

โอกาสน่าทำแบรนด์ : แป้งอัดแข็ง เป็นอันดับ 1 สินค้าที่น่าทำแบรนด์ที่สุดเพราะ ถือว่าเป็นไอเท็มหลัก ไอเท็มแรก ไอเท็มพกพา ไอเท็มที่ทุกคนต้องมี โดยเฉพาะปัจจุบันมีการผสมสารกันแดด ทำให้เหมาะกับการปกป้องผิวหน้า พร้อมปกปิด เหมาะทั้งใช้ประจำพกพา ทำให้หมดแล้วการซื้อซ้ำเป็นไปได้มาก การสร้างรายได้จึงต่อเนื่องและ ตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง

3. Foundation Powder หรือแป้งผสมรองพื้น

เหมาะกับ : ผิวที่ต้องการการปกปิด หรือต้องการความเรียบเนียนเป็นพิเศษ สามารถให้ฟินิชลุคผิวที่เรียบเนียนได้โดยที่ไม่ต้องลงรองพื้น เพราะตัวแป้งมีส่วนผสมของรองพื้นอยู่แล้ว ทำให้เนื้อแป้งมีความหนักเล็กน้อย และสามารถปกปิดจุดด่างดำบนผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนใหญ่แป้งประเภทนี้จะมีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น จึงเหมาะกับคนที่มีผิวธรรมดาหรือผิวแห้งค่ะ

นอกจากนี้ สำหรับคนที่มีจุดด่างดำไม่มาก การใช้แป้งผสมรองพื้นอย่างเดียวก็ช่วยปกปิดได้มิดชิด แต่หากมีจุดด่างดำค่อนข้างชัดเจน แนะนำให้ลงคอนซีลเลอร์ตามจุดต่าง ๆ ก่อน แล้วจึงค่อยลงแป้งผสมรองพื้น เพื่อให้ได้ผิวที่เรียบเนียนยิ่งขึ้น 

ข้อเสีย : เนื่องจากเนื้อแป้งมีความหนักเพื่อเน้นเรื่องการปกปิด การเพิ่มเนื้อสีเพื่อให้เกิดความเรียบเนียน จึงต้องมีการลงสีมากขึ้นฉะนั้นการเลือกสีที่เหมาะกับผิวเป็นเรื่องสำคัญ หากเลือกสีผิด อาจจะทำให้หน้าดรอปและดูไม่ธรรมชาติได้

โอกาสน่าทำแบรนด์ : เนื่องจากปัญหาของสาวๆ ที่น่ากังวลมีมากมายบนใบหน้า แน่นอนว่า จะรอให้ใช้ skincare หรือเลเซอร์ใดๆ คงไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่แก้ปัญหาได้ทันที เท่ากับการทาแป้งผสมรองพื้น ปกปิดได้ทันที แบบ แป้งผสมรองพื้นตัวนี้ ไม่ว่าผิวลูกค้าจะมีปัญหา สิว รอยดำ รอยแดง ผิวไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง มีฝ้า กระ แต่แป้งผสมรองพื้นจะสามารถแก้ปัญหาให้ได้ทันที และแน่นอนว่า ถ้าคุณทำแบรนด์แป้งผสมรองพื้น รับรองว่า ปัญหาสาวๆมากแค่ไหน รายได้คุณก็จะมากเท่านั้นเลยค้า 

4. Finish Powder หรือแป้งเซ็ตเครื่องสำอาง

มีความคล้ายกับ Loose Powder และ Press Powder ที่เป็นแป้งเซ็ตหลังลงรองพื้น แต่จะแตกต่างกันตรงที่แป้งชนิดนี้ จะใช้ในขั้นตอนสุดท้ายสำหรับเซ็ตเครื่องสำอางหลังแต่งหน้าเสร็จ เนื้อแป้งจะมีความละเอียดและบางเบามากกว่า ไม่มีสี โปร่งแสง ไม่ปกปิดจุดด่างดำแต่จะช่วยอำพรางรูขุมขนและริ้วรอย ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูนวลเนียนขึ้น มีทั้งแบบอัดแข็งและแบบฝุ่น 

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรลงแป้งหนาเกินไป แต่ควรใช้เพียงเล็กน้อยและเกลี่ยให้แป้งบางเท่ากัน เพราะเวลาถ่ายรูปที่ใช้แฟลช หากเราปัดแป้งชนิดนี้หนาเกินไป รูปภาพที่ออกมาจะเห็นแป้งเป็นดวงขาว ๆ บนหน้าได้ค่ะ

โอกาสน่าทำแบรนด์ : เนื่องด้วย เทรนด์เมคอัพของโลกกำลังมาแรงแต่ หลายคนอาจจะลืมไปว่า เมื่อแต่งหน้าเสร็จแล้ว การเซตเครื่องสำอางก็สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้ลุคที่เราแต่งนั้น Perfect อย่างไม่มีที่ติ แน่นอนว่า มือโปร หรือคนที่ต้องการจะเป็นมือโปรต้องมี ต้องใช้กัน กลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มที่มีกำลังในการซื้อ และถ้าทำแบรนด์แป้งเซตเครื่องสำอาง เราก็จะสามารถอัพราคาได้มากกว่าแป้งธรรมดาทั่วๆไป


        นอกจากเราจะเลือกแป้งที่จะทำแบรนด์ แล้ว เราก็ต้องรู้และให้คำแนะนำการเลือกใช้แป้งให้ กับลูกค้าของเราด้วย การเป็นเจ้าของแบรนด์นอกจากจะใส่ใจเรื่องผลิตภัณฑ์แล้ว เราก็ต้องใส่ใจลูกค้าและให้คำแนะนำได้ถูกต้องด้วยนะคะ

  1. ผิวมัน  ควรเลือกเนื้อแป้งสูตรควบคุมความมัน เนื้อบางเบา หรือแป้งที่ให้ฟินิชลุคแมตต์ เพราะหากเลือกแป้งผสมกลิตเตอร์ เมื่อหน้าเกิดความมันระหว่างวันจะยิ่งไปเน้นให้หน้าดูมันวาวยิ่งขึ้น หรือหากเลือกสูตรที่ไม่ควบคุมความมันอาจทำให้หน้ามันง่าย และแป้งเป็นคราบระหว่างวัน 
  2. ผิวแห้ง ควรเลือกเนื้อแป้งสูตรที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น หรืออาจเลือกแป้งที่ผสมกลิตเตอร์ เพื่อเพิ่มประกายแวววาวให้ผิวไม่ดูแมตต์จนเกินไป ไม่ควรเลือกแป้งสูตรควบคุมความมัน เพราะจะยิ่งเป็นการดึงเอาความชุ่มชื้นออกจากผิว ทำให้ผิวหน้าแห้งยิ่งขึ้น จนอาจเกิดการลอกเป็นขุย และแป้งไม่เกาะหน้าได้ 

หลังจากเลือกเนื้อแป้งเพื่อเหมาะกับผิวแล้ว เราก็มาเริ่มทำแบรนด์ เพื่อสร้างโอกาสในการทำรายได้จากสินค้าเมคอัพ ด้วยแป้ง กันค้า

Powered by MakeWebEasy.com