สารสกัดสังเคราะห์ (ไม่ธรรมชาติ)


Alpha Arbutin (Switzerland)

อัลฟ่าอาร์บูติน เป็นสารสังเคราะห์ด้วยวิธี biosynthetic สามารถละลายน้ำได้ (water-soluble) ทำหน้าที่ปรับให้ผิวกระจ่างใส และสีโทนเดียวกัน(even-tone) โดยเหมาะสำหรับผิวทุกประเภท ปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียงเหมือนสารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) มีประสิทธิภาพดีกว่า แต่ไม่นิยมใช้แพร่หลายเนื่องจากราคาสูงกว่าสารไฮโดรควิโนนมาก โดย Alpha-Arbutin สามารถลดการสร้างเม็ดสีเมลานินที่เซลล์ผิวหนังได้ ด้วยการลดเอ็นไซม์ Tyrosinase ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนสาร Tyrosine และ Dopa ให้เป็นเมลานิน

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ whitening ให้ผิวกระจ่างใส อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม (แนะนำให้ใช้ติดต่อกันอย่างน้อย 8สัปดาห์ ผลลัพธ์แตกต่างกันแล้วแต่บุคคล)

Azelaic Acid (Liquid Azelaic™)

Azelaic Acid ชนิดละลายน้ำได้ (Liquid Azelaic™) อยู่ในรูป Potassium azeloyl diglycinate ให้ผิวกระจ่างใส ลดรอยดำ ลดความมันบนผิว ควบคุมการสร้างน้ำมันของรูขุมขน ลดสิวอุดตัน
จากการใช้ Liquid Azelaic™ ความเข้มข้น 3% บนผิวของชาวตะวันตก วันละ 2ครั้ง ติดต่อกัน 3สัปดาห์ พบว่า สีผิว (L-Brightness) จางลงอย่างชัดเจน

จากการใช้ Liquid Azelaic™ ความเข้มข้น 5% บนผิวของชาวเอเชีย (เหลืองอ่อน - เหลืองคล้ำ) วันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 4สัปดาห์  LSIN1084 (Liquid Azelaic™) เมื่อเทียบกับ LSIN1079 (ครีมเปล่า ไม่มีส่วนผสมออกฤทธิ์ใดๆ) และเทียบกับ LSIN1080 (Kojic Acid) และ LSIN1082 (Arbutin) พบว่า Liquid Azelaic™ มีประสิทธิภาพให้ผิวกระจ่างที่เหนือกว่า Kojic Acid และ Arbutin เล็กน้อย แต่ให้ผลอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับการใช้ครีมเปล่า

พบว่า Liquid Azelaic™ มีประสิทธิภาพในการลดควบคุมการทำงานของต่อมไขมัน sebum ชัดเจน และช่วยลดความมันของผิว
เนื่องจากคุณสมบัติการควบคุมการสร้าง sebum ด้วยกลไกการลด DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของผมร่วง (ผู้ที่มีผมร่วงจากสาเหตุนี้จะมีหนังศรีษะที่มัน) ทำให้ Liquid Azelaic™ มีประสิทธิภาพในการลดผมร่วงได้ด้วย
Liquid Azelaic™ เกิดจากปฎิกิริยา ระหว่าง Azelaic Acid และ Glycine (สารให้ความชุ่มชื้น) จึงไม่ใช่ Azelaic Acid ปกติ  แต่เป็นชนิดพิเศษที่สามารถละลายน้ำได้ และอ่อนโยนกว่าชนิดปกติ จึงสามารถใช้ในเครื่องสำอางได้ ในขณะที่ Azelaic Acid ไม่ได้รับการอนุญาติ จาก อ.ย. ให้ใช้ในเครื่องสำอาง เนื่องจากอาจระคายเคืองผิว (อนุญาติให้ใช้เฉพาะในยา)
เนื่องจาก Azelaic Acid มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิว ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด ในระหว่างการใช้
*ไม่สามารถใช้ร่วมกับ Zinc PCA*

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ whitening ให้ผิวกระจ่างใส หรือลดหน้ามัน/ลดสิวอุดตัน อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม
Azelaic Acid เป็นสารหลักที่ใช้ใน Skinoren Cream ซึ่งมีประสิทธิภาพในการปรับให้ผิวกระจ่างใส

Tranexamic Acid

Tranexamic Acid ทราเนซามิค แอซิด ทำหน้าที่ให้ผิวกระจ่างใส ลดการก่อตัวของเม็ดสี melanin เหมาะสำหรับการใช้แก้ปัญหาฝ้า
Tranexamic Acid จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เมื่อใช้สำหรับปรับผิวให้กระจ่างใส ในกรณีที่ผิวคล้ำ หรือเป็นฝ้า โดยมีสาเหตุจากแสงแดด

ข้อกำหนดการใช้:
ปัจจุบัน อ.ย. และ FDA ASEAN อนุญาติให้ใช้ได้ไม่เกิน 3% ในเครื่องสำอางเพื่อให้ผิวกระจ่างใส
ในกรณีที่ผสมในสูตรเกิน 5% จะต้องลงทะเบียนเป็น ยา แก้ฝ้า
ห้ามใช้เกิน 5% เพราะอาจระคายเคืองผิว
ห้ามใช้บริเวณรอบดวงตา หรือริมฝีปาก

การใช้: เป็นสาร whitening ให้ผิวกระจ่างใส และแก้ฝ้า ในครีม โลชั่น เซรั่ม หรือเจล

Activated Resorcinol™

Activated Resorcinol™ (4-butyl Resorcinol หรือ Rucinol) ออกฤทธิ์ เพื่อให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ด้วยกระบวนการดังนี้
-ลดการทำงานของ Tyrosinase ทำให้ไม่สามารถสร้างเม็ดสีได้ตามปกติ (inhibit tyrosinase, peroxidase)
-จับกับ fatty acid ชั้นใต้ผิว เพื่อให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายเม็ดสีผิวไปอยู่ชั้นผิวได้
-ต่อต้านการเกิดฝ้า (malesma)

การใช้: ใช้ได้ในผลิตภัณฑ์ Whitening ทุกชนิด

Deoxyarbutin (D-Arbutin)

Deoxyarbutin หรือ D-Arbutin มีประสิทธิภาพด้าน whitening สูง เมื่อเทียบกับ Arbutin , Alpha Arbutin , Kojic Acid, Hydroquinone
การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ whitening ให้ผิวกระจ่างใส อยู่ในรูปของ โลชั่น หรือ ครีม (แนะนำให้ใช้ติดต่อกันอย่างน้อย 8สัปดาห์ ผลลัพธ์แตกต่างกันแล้วแต่บุคคล)
 

จากการทดลองเทียบ Tysosinase Activity Inhibition พบว่า Deoxyarbutin (dA) สามารถยับยั้งกระบวนการ Tyrosynase หรือการสร้างเม็ดสี ได้ดีกว่า Arbutin, Kojic Acid, และ Hydroquinone

Pro-Cysteine

Pro-Cysteine สารสำคัญใน L'Oréal 's Youth Code หรือรหัสแห่งความอ่อนเยาว์
Pro-Cysteine สังเคราะห์ขึ้นจากการดัดแปลงโครงสร้างของ Cysteine ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้าง glutathione ของร่างกาย
Pro-Cysteine ปัจจุบันอยู่ภายใต้สิทธิบัตรของ L'Oréal โดยหากนำไปใช้ในสูตรเครื่องสำอางใดๆ กรุณาทำตามข้อกำหนดดังนี้ เพื่อไม่ให้ผิดข้อกำหนดสิทธิบัตรของ L'Oréal
1. ไม่สามารถเคลมการออกฤทธิ์ของ Pro-Cysteine ในด้าน whitening , anti-aging , moisturizing ได้ (patent : L-2-oxothiazolidine-4-carboxylic acid derivatives and use thereof for skincare)
2. ไม่สามารถเคลมว่าใช้ส่วนผสมของ L'Oréal ได้
การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ Whitening, Anti-Aging ในรูปแบบใดๆ

Z-White™

Z-White™ ถูกพัฒนาขึ้น ตามจุดประสงค์ ที่ต้องการค้นหาสาร whitening หรือให้ผิวขาว กลุ่มใหม่ ที่มีกลไกการทำงานต่างจากกลุ่มเดิมๆที่มีใช้ในปัจจุบันอยู่แล้ว เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับกลุ่มอื่นๆในปัจจุบันได้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพได้ดีขึ้น ด้วยลักษณะการเสริมการทำงาน (synergistic) กัน

TXC™ (Cetyl Tranexamate HCl)

TXC™ (Cetyl Tranexamate HCl หรือชื่อเต็ม tranexamic acid cetyl ester hydrochloride) สาร whitening ที่สามารถออกฤทธิ์และดูดซึมเข้าสู่ผิว ได้ดีกว่า Tranexamic Acid
TXC™ ถูกพัฒนาขึ้นโดย Chanel (กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขของการใช้ ภายใต้สิทธิบัตร ด้านล่าง) และถือเป็น Quasi-drug ตามข้อกำหนดของ FDA ประเทศญี่ปุ่น
ส่วนผสมนี้ อยู่ภายใต้สิทธิบัตร ของ Chanel ผู้ใช้ในสูตรที่พัฒนาเพื่อจำหน่าย ไม่สามารถใช้ส่วนผสมนี้เคลมว่าทำหน้าที่เป็น whitening ในสูตรได้ (สามารถเคลมว่าเป็นสูตร whitening ได้ แต่ต้องไม่เจาะจง ว่าได้ประสิทธิภาพ whitening จาก TXC™)
การใช้: ส่วนผสมในสูตรใดๆ ที่ต้องการประสิทธิภาพ whitening

MSH White™ (Undecylenoyl phenylalanine)

MSH White™ คือ Undecylenoyl phenylalanine ทำหน้าที่ปรับสีผิว ให้กระจ่างใส ด้วยกระบวนการลด Alpha-MSH ซึ่งเป็น ส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการสร้างเม็ดสี เมลานิน
Undecylenoyl phenylalanine มีจุดเด่นที่สามารถลด age-spot หรือจุดด่างดำแห่งวัย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
Alpha-MSH หรือเรียกอีกชื่อว่า Melanotropin เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการสร้างเม็ดสี เมลานิน ใต้ผิว โดยโมเลกุล Alpha-MSH นี้ ทำหน้าที่กระตุ้นการเกิดกระบวนการ Melanogenesis หรือกระบวนการสร้างเม็ดสี ผ่าน MC1R ซึ่งเป็น membrane receptor ชนิดหนึ่ง จากการทดลองเพื่อพิสูจน์การทำงานของ Alpha-MSH พบว่า เมื่อฉีด Alpha-MSH ลงไปใต้ผิวหนังของมนุษย์ จะทำให้ผิวคล้ำ (hyperpigmentation) ขึ้นทันที นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังตรวจพบ Alpha-MSH ในปริมาณสูงกว่าปกติ ในบริเวณที่มีสีผิวเข้ม หรือบริเวณที่ถูกแสง UV ตกระทบในปริมาณสูง 

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ whitening ให้ผิวกระจ่างใส อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม (ใช้ติดต่อกันอย่างน้อย 4สัปดาห์)

Stabilized Vitamin C (Natural-C Glycol™) Serum

Natural-C Glycol™ วิตามินซี เสถียร ชนิดเหลว (FDA: 10-1-6010052143) ผลิตด้วยเทคโนโลยีคล้ายคลึงกับของ Vivier Pharma และ Cellular Skin RX ที่มีชื่อเสียงในเซรั่มวิตามินซีบริสุทธิ์ โดยมีความเข้มข้นสูงที่ 15% ซึ่งสูงกว่าเทคโนโลยีของ Cellular Skin RX ที่มีความเข้มข้นสูงสุดที่ 12%
ด้วยส่วนประกอบของวิตามินซีชนิด L-Ascorbic Acid ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้เลย เนื่องจากเป็นวิตามินซีธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างจากวิตามินซีอนุพันธุ์อื่นๆ (ที่เกินจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างวิตามินซีทางเคมี) ผิวจึงต้องนำไปผ่านกระบวนการแปลง ให้กลายเป็น L-Ascorbic Acid ก่อนที่จะสามารถดูดซึมได้ ทำให้ Natural-C Glycol™ สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว และชัดเจน มากกว่าวิตามินซีอนุพันธุ์อื่นๆ
ด้วยเทคโนโลยีการผลิตพิเศษทำให้มีความเสถียรสูงแม้ว่าอยู่ในอุณหภูมิห้อง (25องศา, ไม่โดนแสง) สามารถเก็บได้เป็นเวลาอย่างน้อย 24เดือน (minimum efficacy 80% ที่ 24เดือน, minimum efficacy 85% ที่ 12เดือน, minimum efficacy 90% ที่ 6เดือน) ทั้งยังสามารถดูดซึมสู่ผิวได้ดีกว่าอย่างมาก ซึ่งทำให้ Vitamin C สามารถทำงานได้เต็มที่ อย่างไรก็ตาม หากต้องการรักษาคุณภาพของวิตามินซีไว้ให้ดีที่สุด ควรเก็บในที่เย็น 6-8องศา

การใช้: ใช้ได้ในผลิตภัณฑ์ Anti-Aging, whitening ทุกชนิด เช่นในรูปของ เจล เซรั่ม โลชั่น หรือครีม

GlucoBright™ (Acetyl Glucosamine)

N-acetyl-D Glucosamine (GlucoBright™) สำหรับใช้ร่วมกับ Vitamin B3 (Safe-B3™) ทำหน้าที่เป็น whitening และสามารถลบรอยจุดด่างดำ รวมถึงกระตุ้นให้ผิวสร้าง Hyaluronic Acid ได้ตามธรรมชาติ ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น และช่วยลดริ้วรอยได้ ให้ความชุ่มชื้นอย่างอ่อนโยนจากภายใต้ชั้นผิว
N-acetyl-D Glucosamine ยังมีประสิทธิภาพในด้านการผลัดเซลล์ผิวโดยไม่ระคายเคืองผิว ทำให้ช่วยลดการเกิดสิวอุดตันได้ (กรุณาดูผลการวิจัย เปรียบเทียบการลดการเกิดสิวอุดตัน โดยเทียบกับการใช้ Benzoyl Peroxide ด้านล่าง)

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอย whitening ให้ผิวกระจ่างใส อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม

Safe-B3™ (Vitamin B3, Niacinamide)

Niacinamide หรือวิตามินบี3 ชนิด Safe-B3™ มีความบริสุทธิ์สูงพิเศษ ที่สามารถใช้ในอัตรา 10% ได้ โดยไม่มีอาการ Flushing (แพ้/แดง) เมื่อเทียบกับชนิดธรรมดา ที่อัตราการใช้สูงเกิน 5% จะมีอาการ Flushing หรือแดงบนผิว
Vitamin B3 เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อผิว โดยเฉพาะการลดริ้วรอย ลดรอยแดง/ดำ(hyperpigment) เพิ่มความชุ่มชื้น ด้วยการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน และเซราไมด์ (ceramide) และยังทำให้ผิวแข็งแรง ต่อสู้กับการระคายเคือง (irritants) ต่างๆได้ดีขึ้น รวมถึงสามารถลดความมันบนใบหน้า (sebum excretion) เหมาะกับผิวที่เป็นสิว
วิตามินบี3 มีฤทธิ์เพิ่มการไหลเวียนของเส้นเลือด จึงสามารถใช้แก้ไขปัญหารอยคล้ำรอบดวงตา เนื่องจากรอยคล้ำรอบดวงตา เกิดจากการคลั่งหรือการไหลเวียนได้น้อยของเลือดในบริเวณนั้น ทำให้เกิดสีคล้ำขึ้นมา

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอย whitening ให้ผิวกระจ่าง และช่วยต่อต้านสิว อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม

Powered by MakeWebEasy.com